สงครามยังไม่แน่นอน GCAP GOLD ชี้ทองรีบาวด์แค่ระยะสั้น
138538_0

สงครามยังไม่แน่นอน GCAP GOLD ชี้ทองรีบาวด์แค่ระยะสั้น แต่ความเสี่ยงยังไม่จบ จับตาดีล ฮอร์มูซ-เงินเฟ้อพลังงาน เสี่ยงกดทิศทางทองระยะถัดไป

บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD  ประเมินบรรยากาศการลงทุน เริ่มผ่อนคลายในระยะสั้น หลังสหรัฐฯ–อิหร่าน บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว พร้อมส่งสัญญาณเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้แรงกังวลเงินเฟ้อชะลอลง และตลาดเริ่มลดน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ย เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังคงเป็นการ “ผ่อนคลายระยะสั้น แต่ความเสี่ยงยังไม่จบ” เนื่องจากการเจรจายังไม่สิ้นสุด และยังมีความไม่แน่นอนสูง

อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP เปิดเผยว่าประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือความคืบหน้าของการเจรจา ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความชัดเจนของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ว่าจะสามารถดำเนินการได้จริงและต่อเนื่องหรือไม่

เนื่องจากหากเกิดความล่าช้า หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข อาจทำให้ราคาพลังงานกลับมาผันผวน และดันเงินเฟ้อให้กลับมาเป็นปัจจัยเสี่ยงอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลาง

“ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อข่าวหยุดยิง ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว และกดดันราคาทองคำในบางช่วง อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวยังเป็นเพียงระยะสั้น สิ่งที่ต้องจับตา คือการเจรจาจะมีความคืบหน้าเพียงใด และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะหากสถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ราคาพลังงานและเงินเฟ้อ จะกลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดทันที”

สำหรับราคาทองคำ การปรับตัวขึ้นในรอบนี้ มองเป็นเพียงแรงรีบาวด์ตามข่าวเชิงบวก และ Bond Yield ที่ปรับตัวลง โดยยังไม่ได้สะท้อนการกลับตัวของแนวโน้มหลัก ขณะที่ภาพระยะยาวยังต้องติดตามทิศทางเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด เพราะหากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง หรือกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง จะเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้นของทองคำ ในเชิงเทคนิค ราคายังไม่สามารถยืนเหนือโซน 4,900 ดอลลาร์สหรัฐ ได้อย่างมั่นคง ทำให้ยังมีโอกาสถูกแรงขายกดลงได้

แนะลงทุนระยะสั้นตามจังหวะข่าว

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนระยะสั้น “เน้นเล่นตามจังหวะข่าว” โดยแบ่งขายเมื่อราคารีบาวด์บริเวณ 4,900-4,970 ดอลลาร์ฯ และรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวบริเวณ4,700-4,650 ขณะที่นักลงทุนระยะกลาง–ยาว ยังคงเน้นทยอยสะสมในช่วงปรับฐาน

สำหรับทองคำไทย แนะนำแบ่งขายทำกำไรที่ระดับราคา 73,600-74,500 บาท และรอจังหวะเข้าซื้ออีกครั้งบริเวณ 71,500-71,000 บาท เพื่อความปลอดภัยในพอร์ตการลงทุน ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวนและปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

ที่มาของข้อมูล: https://www.gcapital.co.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/goldprice-5-02-26/

#ราคาทองคำ #ลงทุนทองคำ #สงคราม #ตะวันออกกลาง #GCAP

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X