กบง. “ลดค่ากลั่น 2 บาท” ครั้งแรก ปรับโครงสร้างน้ำมันดีเซล
ดีเซล2

กบง. “ลดค่ากลั่น 2 บาท” ครั้งแรก ปรับโครงสร้างน้ำมันดีเซล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพพลังงาน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์  นั่งโต๊ะแถลงมติการประชุมล่าสุด อาศัยอำนาจ ตามพ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวการณ์ขาดแคลนน้ำมัน

วานนี้ (7 เม.ย.) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่าเนื่องจากผลการศึกษาของ คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสม ในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) พบว่า ในเดือนมีนาคม 2569 ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นมากและต่อเนื่องถึงเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าปรับสูงขึ้นผิดปกติ .

พ.ร.ก.แก้ไขภาวะขาดแคลนน้ำมัน

กบง. จึงอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรี และ กบง. ในการควบคุมราคาน้ำมัน ค่าการกลั่น และการจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน และป้องกันการขาดแคลนในประเทศ

ที่ประชุม กบง. จึงมีมติให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล บี7 และ บี20 ลง 2 บาทต่อลิตรเป็นครั้งแรก โดยยังใช้สูตรอ้างอิงราคาตลาดกลางสิงคโปร์ แต่เป็นแบบสิงคโปร์ดิสเคาท์ คือราคาอ้างอิงสิงคโปร์แต่มีการหักลบผลประโยชน์ส่วนเกินลงมา 2 บาทต่อลิตร จากเดิมที่จะอ้างอิงราคาสิงคโปร์ ทั้ง 100%

สถิติและสถานการณ์ค่าการกลั่น (ณ มีนาคม-เมษายน 2569)

ค่าการกลั่นสูงขึ้นผิดปกติ: เดือนมีนาคม 2569 ค่าการกลั่นปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 2-6 บาท ขึ้นไปสูงถึง 14 บาทต่อลิตร

มาตรการภาครัฐ: คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติขอความร่วมมือโรงกลั่นลดค่าการกลั่น/ราคาหน้าโรงกลั่น โดยเฉพาะดีเซล เพื่อตรึงราคาขายปลีก ล่าสุดมีการบีบให้ลดราคาดีเซลลง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ต้นทุนที่แอบแฝง: โรงกลั่นชี้แจงว่าค่าการกลั่นสูงไม่ใช่กำไรจริงทั้งหมด เนื่องจากแบกรับต้นทุนค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ปรับสูงขึ้นประมาณ 3-6 บาทต่อลิตร

บริบทการแข่งขัน: ระบบการค้าเสรีทำให้ราคาหน้าโรงกลั่นอิงราคาตลาดโลก โดยมีโรงกลั่นหลัก เช่น ไทยออยล์, บางจาก, และ IRPC เป็นฐานการผลิต

คาดลดราคาน้ำมันดีเซล 2.14 บาท/ลิตร

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นสถานการณ์วิกฤต ราคาดีเซลสำเร็จรูปสิงคโปร์ ปรับตัวสูงขึ้นมากเกินกว่าปกติ และเพิ่มขึ้นสูงกว่าการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบมาก โดยเบื้องต้นราคาหน้าโรงกลั่นจะลดลง 2 บาทต่อลิตร และจะมีการพิจารณาทบทวนทุกสัปดาห์ ตามสถานการณ์ และการรายงานตัวเลขจริงของโรงกลั่น

หลังออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อพิจารณาว่า จะสามารถกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลต่อไปอย่างไร หากส่งผ่านได้ทั้ง 100% จะทำให้ราคาหน้าปั๊มลดลงได้ราว 2.14 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม กบน. อาจพิจารณาจูงใจให้ส่วนลดกับ บี20 สูงกว่าเพื่อเป็นการเป็นการสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เอกนัฏ กล่าวว่า กบง.ใช้อำนาจที่มีลดราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เราอยู่ในภาวะวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน ต้องพูดตรงไปตรงมา ไม่อยากให้เกิดขาดแคลน แต่เรายังโชคดีที่มีโรงกลั่น สามารถนำน้ำมันดิบมากลั่นใช้ในประเทศได้ และเราเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดไว้

โดยพยายามออกมาตรการทุกอย่าง เรื่องประหยัด ส่วนการตรึงราคาจะทำแบบมีวินัย และเพิ่มกลไกการลดราคาหน้าโรงกลั่น เข้ามาช่วยลดภาระกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงจะช่วยป้องปรามการเก็งกำไร จากการอ้างอิงราคาสิงคโปร์เพียงอย่างเดียว

“วันนี้เราต้องลดการพึ่งพาทั้งน้ำมันดิบ ทั้งก๊าซ นโยบายรัฐบาลสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่คนไทยผลิตได้เอง ขณะนี้อยู่ระหว่างประสาน สถานีติดตั้งหัวจ่ายดีเซล บี20 ให้รถบรรทุก และภายในวันที่ 20 เมษายนนี้ จะมีปริมาณหัวจ่ายเพียงพอต่อความต้องการ ในถนนสายหลักของประเทศ” เอกนัฏ กล่าวทิ้งท้าย

ข้อเสนอเรื่องการลดราคาการกลั่นน้ำมัน เป็นหนึ่งในแนวทางที่หลายภาคส่วน เสนอต่อรัฐบาลทั้งนักวิชาการ องค์กรต่างๆ ร่วมถึงพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ที่ระบุว่าเป็นมาตรการที่ช่วยแบ่งเบาภาระประชาชน และมองว่าทั้งโรงกลั่น และผู้ค้าน้ำมันควรเฉลี่ยผลกระทบ ร่วมกับผู้บริโภคที่แบกรับราคาขายปลีกน้ำมัน ที่ปรับตัวขึ้นมาสูงมากแต่เพียงฝ่ายเดียว

ที่มาของข้อมูล: https://www.eppo.go.th/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/asean-oil-daily/

#กบง. #ค่าการกลั่น #ราคาน้ำมัน #ดีเซล #พลังงาน #เอกนัฏ

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X