
พลังงานแพงดันค่าครองชีพพุ่ง สภาผู้บริโภคชงทางรอดต้นทุนพลังงานไหลสู่ผู้บริโภคโดยตรง หลัง กกร. ชี้เงินเฟ้อแตะ 3% สะท้อนค่าครองชีพเพิ่มทั้งระบบ จากโครงสน้างทำให้คนไทยแบกรับต้นทุนทั้งระบบ
วิกฤตราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขค้นขึ้นต่อเนื่อง กำลังกดทับค่าครองชีพของประชาชนในทุกมิติ ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าเดินทาง และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ทยอยปรับขึ้นเป็นลูกโซ่
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ต้นทุนพลังงานกำลังถูกส่งผ่านมายังผู้บริโภคโดยตรง

ล่าสุดสภาผู้บริโภคได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ภายใต้หลักการ “พลังงานต้องโปร่งใส ค่าใช้จ่ายต้องเป็นธรรม และประชาชนต้องอยู่ได้”
กกร. ชี้เงินเฟ้อแตะ 3% ราคาสินค้าเตรียมขยับขึ้น
แรงกดดันจากราคาพลังงานสอดคล้องกับการประเมินของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อขึ้นแตะระดับประมาณ 3%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มที่ราคาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะอาหารและค่าขนส่ง จะทยอยปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน
ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขนส่งฟรี-คุมราคาสินค้า มาตรการเร่งด่วนลดภาระประชาชน
ในระยะสั้น สภาผู้บริโภคเสนอให้ดำเนินมาตรการเพื่อลดค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง ได้แก่ การให้บริการขนส่งสาธารณะฟรี 1 เดือน ทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า
พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้ตรวจสอบต้นทุนก่อนอนุญาตให้ปรับขึ้นราคาสินค้า และคุมเข้มการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา เพื่อชะลอแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่กำลังเพิ่มขึ้น
รื้อโครงสร้างพลังงาน-ค่าไฟ ทางออกระยะยาวลดต้นทุนทั้งระบบ
สำหรับแนวทางระยะยาว สภาผู้บริโภคเสนอให้ปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน โดยทบทวนต้นทุนที่ไม่โปร่งใส เช่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายแฝง รวมถึงปรับโครงสร้างภาษีในบางช่วงเวลา
ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้ปฏิรูประบบไฟฟ้า ด้วยการยกเลิกสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ และเปิดทางให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้โดยไม่จำกัด เพื่อลดภาระค่าไฟในระยะยาว
สภาผู้บริโภคเสนอแนวทางแก้ไขระยะสั้นและระยะยาว
โดยเริ่มจากมาตรการเร่งด่วนเพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน อาทิ การให้บริการขนส่งสาธารณะฟรีเป็นเวลา 1 เดือน ทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า
รวมถึงการจัดตั้งกองทุนขนส่งสาธารณะในทุกจังหวัด เพื่อเร่งลงทุนระบบ “รถโดยสารไฟฟ้า” ที่จะช่วยลดต้นทุนในระยะยาว
ขณะเดียวกัน เสนอให้มีการกำกับดูแลราคาสินค้าอย่างเข้มงวด โดยต้องตรวจสอบต้นทุนอย่างชัดเจนก่อนอนุญาตให้ปรับขึ้นราคา
พร้อมทั้งควบคุมการกักตุนสินค้าและป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงวิกฤต
ในเชิงโครงสร้าง สภาผู้บริโภคเสนอให้ปฏิรูประบบพลังงาน โดยทบทวนการอ้างอิงราคาที่ผูกกับตลาดต่างประเทศ และตัดค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่โปร่งใส เช่น ค่าขนส่ง ค่าปรับคุณภาพ ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างทาง
รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานภายในประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งทบทวนค่าการตลาดและพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตในช่วงวิกฤต
สำหรับภาคไฟฟ้า ได้เสนอให้ปฏิรูประบบเพื่อลดภาระระยะยาวของประชาชน โดยยกเลิกสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ชะลอการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ในช่วงที่มีไฟฟ้าสำรองสูง และเปิดทางให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้โดยไม่จำกัด
พร้อมทั้งสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับกลุ่มเปราะบางผ่านการดำเนินการของการไฟฟ้า แทนรูปแบบการให้เช่าในปัจจุบัน
เปิดภาพสะท้อนวิกฤตพลังงาน
“พลังงาน” ไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนของภาคธุรกิจ แต่เป็นต้นน้ำของค่าครองชีพที่เชื่อมโยงไปถึงทุกมิติในชีวิตประจำวัน ทั้งค่าเดินทาง ค่าไฟ และราคาสินค้า
ข้อเสนอของสภาผู้บริโภคจึงไม่ใช่เพียงการบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น แต่เป็นการชี้ให้เห็นว่าต้องเริ่มวันนร้ตัดปัญหาระยะยาว
ความจำเป็นของการปรับโครงสร้างพลังงาน ให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และไม่ผลักภาระต้นทุนไปยังประชาชนเพียงฝ่ายเดียว
ข้อมูลเพิ่มเติม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
