พาณิชย์ เปิด 4 ปัจจัยเสี่ยง อุตสาหกรรมก่อสร้าง ปี 69
พาณิชย์ เปิด 4 ปัจจัยเสี่ยง

พาณิชย์ เปิด 4 ปัจจัยเสี่ยง อุตสาหกรรมก่อสร้าง  ปี 69 ในขณะที่แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้าง มีแนวโน้มทรงตัว หลังจากที่ ราคาวัสดุก่อสร้าง เดือนธันวาคม 2568 ทรงตัว สอดรับงานภาครัฐ-อสังหาฯชะลอตัว

นันทพงษ์  จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน นโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง เดือนธันวาคม 2568 เท่ากับ 112.4 เมื่อเทียบกับ เดือนธันวาคม 2567 ดัชนีราคาไม่เปลี่ยนแปลง เป็นผลจาก งานก่อสร้าง ภาครัฐและเอกชน ชะลอตัว โดย

พาณิชย์ เปิด 4 ปัจจัยเสี่ยง
หมวดไม้ราคาทรงตัว

หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนหน้า

หมวดซีเมนต์ สูงขึ้น 5.5%  จากการสูงขึ้นของ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และ ปูนฉาบสำเร็จรูป เนื่องจาก มีความต้องการใช้ ในโครงการก่อสร้าง ของภาครัฐ ที่เป็นโครงการต่อเนื่อง

และ การปรับราคาปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้นของ ผู้ผลิตในช่วงไตรมาสแรก จากการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต ไปสู่การใช้ พลังงานสะอาด ส่งผลให้ต้นทุนการผลิต สูงขึ้น ส่งผ่านมายังผู้บริโภค

หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้น 1.0% จากการสูงขึ้น ของคานคอนกรีตสำเร็จรูป เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง และคอนกรีตผสมเสร็จ ตามการสูงขึ้น ของราคาวัตถุดิบ (ปูนซีเมนต์ หิน ทราย)

คอนกรีต ราคาปรับตัวสูงขึ้น
คอนกรีต ราคาปรับตัวสูงขึ้น

หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้น 1.5% จากการสูงขึ้น ของสายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และสายไฟฟ้า VAF ตามการสูงขึ้น ของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง) ในตลาดโลก ที่ปรับราคาสูงขึ้น ทำสถิติใหม่

สาเหตุจาก ความต้องการทองแดง เพิ่มขึ้นมาก ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และ เทคโนโลยี AI รวมทั้ง มีความต้องการใช้ในการก่อสร้าง ด้านสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น

เหล็ก กระเบื้อง สุขภัณฑ์ ราคาลดลง

หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลง 2.0% จากการลดลงของ เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ เหล็กตัวซี และ เหล็กตัว H จากผลกระทบหลายด้าน ทั้งจาก วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีน ที่ยืดเยื้อ เป็นเวลานาน

และ มาตรการทางภาษี เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็ก ของหลายประเทศ เป็นปัจจัยกดดันราคาเหล็ก ในตลาดโลกและในประเทศอย่างต่อเนื่อง

หมวดกระเบื้อง ลดลง 0.5% จากการลดลง ของกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา ครอบสันโค้ง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น

หมวดสุขภัณฑ์ ลดลง 3.9% จากการลดลงของ โถส้วมชักโครก อ่างล้างหน้าเซรามิก ฝักบัวอาบน้ำ และ ราวจับสแตนเลส ลดลง ตามการชะลอตัว ของภาคอสังหาริมทรัพย์

ประกอบกับ ต้นทุนพลังงานลดลง (ก๊าซธรรมชาติ ค่ากระแสไฟฟ้า) รวมทั้ง ผู้ประกอบการ ชะลอการลงทุนโครงการก่อสร้างใหม่ เนื่องจาก ยังมีอุปทานคงค้าง ของอสังหาริมทรัพย์สูง จากผลกระทบของ การเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อ

หมวดวัสดุฉาบผิว ลดลง 1.1% จากการลดลง ของสีทาถนน ชนิดสะท้อนแสง และ สีน้ำอะครีลิค ทาภายใน ตามการลดลง ของราคาวัตถุดิบ (ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี) และ การจัดกิจกรรม ส่งเสริมการขายของ ผู้ประกอบการ ในช่วงปลายปี ที่เข้มข้นกว่า ปีที่ผ่านมา

หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ลดลง 1.9% จากการลดลงของ ยางมะตอย ตามการลดลงของ ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ที่มีสาเหตุ จากการเพิ่มกำลังการผลิต ของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ (OPEC+)

3 ปัจจัยหนุน ราคาขยับ ปี 69

สำหรับแนวโน้ม ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ปี 2569 นันทพงษ์ กล่าวว่า มีทั้งโอกาสในการขยายตัว และ ยังมีความเสี่ยง ที่จะชะลอตัว

โดยปัจจัย ที่จะทำให้ ราคาวัสดก่อสร้าง ปรับตัวสูงขึ้น ในปี 2569 ได้แก่

(1) ราคาสินค้าโลหะพื้นฐาน ที่วัตถุดิบหลัก ในการผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้าง ในตลาดโลกปรับราคาสูงขึ้น อาทิ ทองแดง อลูมิเนียม เนื่องจาก มีความต้องการ ใช้ในการก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน และ โครงการด้านพลังงานสะอาด

(2) กฎระเบียบการค้าโลก ด้านสิ่งแวดล้อม ที่เข้มงวดมากขึ้น การบังคับใช้ กฎหมายควบคุมสิ่งแวดล้อม ในหลายประเทศ

โดยเฉพาะ มาตรการปรับคาร์บอน ก่อนข้าม พรมแดนของสภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) ที่ส่งผลกระทบ ต่อ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ เหล็ก ที่ต้องปรับ กระบวนการผลิต ไปสู่ การใช้พลังงานสะอาด ส่งผลให้ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

(3) ราคาน้ำมัน และ ราคาพลังงาน มีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้น จากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ (OPEC+) มีแผนระงับการเพิ่มกำลังการผลิต ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 (ม.ค. – มี.ค.) เนื่องจากความกังวลว่า อุปทานน้ำมันและ พลังงานจะล้นตลาด

พาณิชย์ เปิด 4 ปัจจัยเสี่ยง อุตสาหกรรมก่อสร้าง ปี 69

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ทำให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ดังนี้

(1)ความล่าช้า จากการลงทุน โครงการก่อสร้าง ภาครัฐขนาดใหญ่ (Mega Project) อาทิ

โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด ที่จะต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง

(2) ปัจจัยทางด้านการเมือง ที่อาจส่งผล ให้นักลงทุนชะลอ การลงทุนโครงการใหม่ เพื่อรอดูทิศทางและ นโยบาย  ทางเศรษฐกิจ ของรัฐบาล หลังการเลือกตั้ง

(3) หนี้ครัวเรือนที่สูง และ อุปทานคงค้าง ของภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัว

(4) วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีน ที่ยังคงยืดเยื้อ มาตรการการปกป้อง การนำเข้าเหล็ก ในหลายประเทศ ทำให้มีอุปทานเหล็กส่วนเกินสูง กดดันราคาเหล็ก ในตลาดโลก และ ในประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/thai-india-10012026

ที่มาของข้อมูล : https://www.moc.go.th/th/page/item/index/id/1

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X