
ลลิลฯ เดินเกม ”มวยตั้งรับ” จัดการ สต๊อก คุมต้นทุน ล็อคราคาบ้าน ถึงสิ้นปี ผลจากสงครามกระทบต้นทุนก่อสร้าง
ลลิล พร็อพเพอร์ ชี้สงครามการเมืองโลกกระทบต้นทุนอสังหาฯ คาดราคาบ้านปลายปีจ่อขยับขึ้น เดินกลยุทธ์ “มวยตั้งรับ” เน้นบริหารภาระหนี้ ปรับขนาดองค์กรให้เหมาะสม จัดการสต๊อกหมุนเวียนเร็ว เตรียมพร้อมคุมต้นทุน ล็อกราคาบ้านได้ยาวถึงสิ้นปี คาด 3–6 เดือนแรก ผู้ประกอบการในตลาดยังตรึงราคาได้ ก่อนต้นทุนใหม่สะท้อนให้เห็นในไตรมาส 4 พร้อมเปิดโครงกา รใหม่ “ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์ (2)” เจาะดีมาน์ย่านบางนา–เทพารักษ์

ไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงมุมมองต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ว่า ปัจจัยด้านสงครามและการเมืองเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และภาคธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือ โดยสถานการณ์ปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง และยากต่อการประเมินทิศทางการสิ้นสุด
ทั้งนี้ ประเมินว่าในปี 2569 ผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น โดยในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงเน้นระบายสินค้าคงเหลือ ที่มีต้นทุนเดิมสู่ตลาด
อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ราคาที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับต้นทุนใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน
“เมื่อเกิดสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นตั้งแต่วันแรก ได้เรียกประชุมฝ่ายจัดซื้อและคณะกรรมการบริษัททันทีเพื่อทำการล็อกราคาต้นทุนสินค้าไปจนถึงสิ้นปี ประกอบกับบริษัทได้เตรียมความพร้อมโดยการปรับปรุงองค์กรให้มีความคล่องตัวอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 ปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่มทำในช่วงที่เกิดวิกฤต เราให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวดและการบริหารจัดการสต็อกสินค้าไม่ให้มีปริมาณมากจนเกินไป โดยใช้ระบบที่เน้นการหมุนเวียนสินค้าเก่าออกไปก่อน ซึ่งสต็อกสินค้าที่มีอยู่ปัจจุบันสามารถรองรับการดำเนินงานไปได้จนถึงสิ้นปี”
ดำเนินธุรกิจแบบ”มวยตั้งรับ” เน้นความมั่นคง
ไชยยันต์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญการทำธุรกิจ คือการบริหารงานอย่างรอบคอบโดยใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ควบคุมระดับหนี้สินไม่ให้เกินความสามารถของตนเอง และต้องรู้จักถอยเพื่อรักษาความคล่องตัวเมื่อถึงเวลาที่จำเป็น แม้เศรษฐกิจจะเติบโตได้ไม่มากนัก แต่ประเทศไทยยังมีจุดแข็งด้านอาหารและการท่องเที่ยว รวมถึงภาคธนาคารที่ยังมีความมั่นคง หากธุรกิจใดสามารถปรับตัวและจัดการกับทรัพย์สินของตนเองได้อย่างทันท่วงที ก็จะสามารถอยู่รอดได้ในสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้
“บริษัทดำเนินธุรกิจในแบบ”มวยตั้งรับ” เน้นความมั่นคงมากกว่า ไม่ใช่มวยบุก โดยมีภาระหนี้สินในระดับต่ำ ส่งผลให้ฐานะการเงินมีเสถียรภาพและสามารถรับมือความผันผวนได้ดีกว่าบริษัทที่พึ่งพาการกู้ยืมสูง “ไชยยันต์กล่าว

เปิดโครงการแรกลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์ (2)
ชูรัชฎ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทได้เปิดตัวโครงการ ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์ (2) เป็นโครงการแรก ซึ่งพื้นที่โซนบางนา-เทพารักษ์เป็นทำเลที่บริษัทมีความชำชาญ
ปัจจุบันก็เป็นทำเลได้รับการยกระดับให้เป็น Strategic Growth Hub จากการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคม ทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีเหลือง และโครงการ LRT ในอนาคต รวมถึงถนนสายหลัก ทางด่วน และถนนวงแหวนที่เชื่อมโยงเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
ขณะเดียวกันยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของสนามบินสุวรรณภูมิ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน และการเชื่อมโยงกับพื้นที่ EEC ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน
สำหรับ โครงการลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์ (2) พัฒนาในรูปแบบบ้านเดี่ยว บ้านแนวคิดใหม่ และทาวน์โฮม ราคา 2.6-8 ล้านบาท จำนวน 305 ยูนิต บนพื้นที่โครงการ 34 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท โดยในเฟสแรกซึ่งเป็นโซนทาวน์โฮมมียอดขายแล้วกว่า 30 ยูนิต มูลค่า 80-90 ล้านบาท



ข่าวที่เกี่ยวข้อง https://bangkokx.me/bam/
ที่มาของข้อมูล www.lalinproperty.com
