นีเวีย ชี้ ตลาด สกินแคร์ ไทย สู่ยุค “Science-Driven Skincare”
นีเวีย ชี้ ตลาด สกินแคร์

นีเวีย ชี้ ตลาด สกินแคร์ ไทย สู่ยุค “Science-Driven Skincare” เดินหน้าตอกย้ำ ความเป็นผู้นำ ในตลาดสกินแคร์ ประเทศไทย เดินหน้า ลงทุนพัฒนางานวิจัย มูลค่ากว่า  270 ล้านยูโรต่อปี หรือราว 1 หมื่นล้านบาท รักษาอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลาง ภาวะเศรษฐกิจผันผวน

 

นีเวีย ชี้ ตลาด สกินแคร์
วราพร ลิขิตจรรยากุล

เภสัชกรหญิง วราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สดอร์ฟ ประเทศไทย กล่าวว่า   ภาพรวม ตลาดสกินแคร์ ในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 109,906 ล้านบาท และเติบโต 9.4% ในปี 2025

โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดเติบโต เฉลี่ย 9% ต่อปี แม้ใน ภาวะเศรษฐกิจ ที่ท้าทาย

แนวโน้มสำคัญ ที่ขับเคลื่อน ตลาด  ให้ความสำคัญ กับ Skin Health ความต้องการ ผลิตภัณฑ์ ที่มีพื้นฐาน ทางวิทยาศาสตร์ และ ผ่านการทดสอบ ทางผิวหนัง

การเติบโตของ targeted skincare และความสนใจใน sustainable beauty ซึ่งกำลังผลักดันให้ตลาดเปลี่ยนจาก beauty-driven ไปสู่ science-driven skincare อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ตลาดผลิตภัณฑ์ ดูแลผิวหน้า ยังคงเป็นเซกเมนต์หลัก ครองสัดส่วนสูงถึง 80% ของตลาดรวม โดยกลุ่ม ผิวขาวกระจ่างใส และ ลดเลือนริ้วรอย ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ขณะที่ พฤติกรรมผู้บริโภค ยุคใหม่ หันมาให้ความสำคัญ กับ “สุขภาพผิว” มากกว่า ความงาม ภายนอก พร้อมมองหา ผลิตภัณฑ์ ที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับ และสามารถแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้

 

นีเวีย ชี้ ตลาด สกินแคร์ ไทย เติบโต

 

ในปี 2569 บริษัทวางกลยุทธ์ ยึด “ผิวเป็นศูนย์กลาง” ภายใต้แนวคิด “Care for Skin” โดยมุ่งพัฒนา นวัตกรรม และ งานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงทุน ด้านวิจัย และ พัฒนากว่า 270 ล้านยูโรต่อปี หรือราว 1 หมื่นล้านบาท

พร้อมมี สิทธิบัตร มากกว่า 1,600 รายการ และ ศูนย์นวัตกรรม ทั่วโลก เพื่อศึกษา ความแตกต่าง ของสภาพผิว ในแต่ละภูมิภาค

สำหรับ แผนการตลาด ปีนี้ บริษัท เตรียมเปิดตัว นวัตกรรมใหม่ ในหลายกลุ่มสินค้า ทั้ง Face Care & Cleansing, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า และกันแดด อาทิ

ไมเซล่าสูตรเซรั่ม ผลิตภัณฑ์ บำรุงผิวหน้า สูตรคุมมันพร้อม SPF 50+ รวมถึง กันแดด แบบแท่ง ที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ คนเมือง

ขณะเดียวกัน ยังรุก ตลาดผลิตภัณฑ์ ระงับกลิ่นกาย โดยเน้น แนวคิด Skin Health และ การพัฒนากลิ่นหอม ให้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น

ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญ ในการขับเคลื่อนตลาดไทย คือ “ครีมซอง” ซึ่งถือเป็นจุดแข็ง เฉพาะใน ภูมิภาค โดยช่วยให้ ผู้บริโภค เข้าถึงผลิตภัณฑ์ ได้ง่ายในราคาที่จับต้องได้ และ ตอบโจทย์ พฤติกรรม การทดลอง ใช้สินค้า

โดยบริษัทได้นำนวัตกรรมระดับโลก เช่น สาร Luminous 630 ที่ใช้เวลาวิจัยกว่า 10 ปี มาพัฒนา ในรูปแบบซอง เพื่อขยาย ฐานลูกค้า ในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน บริษัทใช้ กลยุทธ์ เปิดตัวสินค้าใหม่ ทั้งแบบขวด และ แบบซอง ควบคู่กัน เพื่อครอบคลุม ทุกช่องทางจำหน่าย และ ตอบโจทย์ ผู้บริโภคที่ต้องการ ทางเลือก ที่หลากหลาย รวมถึง พฤติกรรม การใช้ผลิตภัณฑ์ หลายประเภท ร่วมกัน เพื่อดูแลผิว อย่างตรงจุด

นอกจากนี้ ตลาดผู้หญิง ยังคงเน้น นวัตกรรม การจัดการ เม็ดสีผิว ขณะที่ ตลาดผู้ชาย มีการเติบโต ในกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย โดยเฉพาะสูตรให้ความเย็น และ กลุ่มที่ช่วยปกป้อง เสื้อผ้าจากคราบ

สำหรับ ผลการดำเนินงาน ที่ผ่านมา นีเวียครีม (ตลับน้ำเงิน) มียอดขายในไทย มากกว่า 30 ล้านชิ้น ต่อ ปี หรือ เฉลี่ย 5 ชิ้น ต่อ วินาที สะท้อน ความแข็งแกร่ง ของแบรนด์ ในตลาด

ด้านความยั่งยืน บริษัท เดินหน้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ

สูตรที่ย่อยสลายได้ ปราศจากไมโครพลาสติก และ กันแดด ที่ไม่ทำลายปะการัง รวมถึง การใช้บรรจุภัณฑ์ รีไซเคิล เพื่อตอบโจทย์ ผู้บริโภค ที่ให้ ความสำคัญ กับ สิ่งแวดล้อม มากขึ้น

“ตลาดสกินแคร์ไทย ยังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะจากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ผสานนวัตกรรมและการเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดในระยะต่อไป “เภสัชกรหญิงวราพร กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง https://bangkokx.me/salz/

ที่มาของข่าว https://www.dataforthai.com/company/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X