
“ปตท. -ไทยออยล์” เดินหน้า กลยุทธ์ บริหารจัดการทรัพย์สิน สร้างสภาพคล่องทางการเงิน โดย บอร์ด “ไทยออยล์” อนุมัติขายหุ้น ในบริษัทย่อย 49% ให้ ปตท. แทงค์ เทอร์มินัล (PTT Tank) ขณะที่ ปตท. มีการจัดโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ และบริหารจัดการทรัพย์สิน เพื่อสร้างสภาพคล่องทางการเงิน และ จัดการทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ
บัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ “TOP” เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้ดำเนิน การระดมทุน ผ่าน โครงการบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดมูลค่าสูงสุด (Asset Monetization)
โดยการให้ PTT Tank เข้าถือหุ้น 49% ในบริษัทย่อยของ TOP ที่จะเข้าลงทุนใน สิทธิการเช่าระยะยาว 21 ปี ในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ ทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน ของบริษัทฯ ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ได้แก่ ถังเก็บน้ำมันดิบ ทุ่นผูกเรือกลางทะเล (Single Buoy Mooring :SBM) สถานีจ่ายน้ำมันทางรถ และ ที่ดินบางส่วน โดย TOP จะเช่าทรัพย์สินกลับ เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ได้อย่างต่อเนื่อง
“ปตท. -ไทยออยล์” เดินหน้า กลยุทธ์ บริหารจัดการทรัพย์สิน เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินกว่า 18,000 ลบ.
การทำธุรกรรมครั้งนี้จะทำให้บริษัทฯ ได้รับเงินสด มาเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน กว่า 18,000 ล้านบาท และ ปรับโครงสร้างเงินทุนและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับที่เข้มแข็งขึ้น
“ในการดำเนินการ โครงการบริหารจัดการทรัพย์สินฯ ดังกล่าว สอดคล้องกับ กลยุทธ์ และ นโยบายเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทฯ
ธุรกรรมนี้จะช่วยเสริม ความแข็งแกร่ง ของฐานะทางการเงิน ให้แก่บริษัท จากกระแสเงินสด ที่ได้รับจากการ ให้เช่าทรัพย์สินระยะยาว โดยยังคง สามารถบริหารจัดการ และ ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าว
ในการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างมูลค่าจากทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานเดิมของบริษัทฯ และการลดความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม” บัณฑิต กล่าว
การร่วมมือกับ PTT Tank ซึ่งเป็นบริษัท Flagship ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และ โลจิสติกส์ของธุรกิจโรงกลั่น และ ปิโตรเคมี ของกลุ่ม ปตท.จะเพิ่มโอกาส ในการก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน (Synergy)
และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการบริหารงานแบบรวมศูนย์
บัณฑิต กล่าวอีกว่า ในการดำเนินธุรกรรมบริษัทฯ ได้ทำการศึกษา และ พิจารณาผลกระทบต่อ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทฯ และ ผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญและเพื่อความโปร่งใส คณะกรรมการบริษัทฯ ได้แต่งตั้งบริษัท แคปปิตอล แอดแวนเทจ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ
ทำหน้าที่ประเมินความเหมาะสม ของ การทำธุรกรรม และ จัดทำรายงานให้ผู้ถือหุ้นพิจารณา
ทั้งนี้ บริษัทฯ จะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์เพียงช่องทางเดียว และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมในวันที่ 9 ตุลาคม นี้
ปตท. เดินหน้าบริหารจัดการทรัพย์สิน เพิ่มสภาพคล่องในการลงทุน

ด้านปตท. ดร. คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า กลุ่ม ปตท. ได้ดำเนินกลยุทธ์ Asset Monetization (A1) เพื่อบริหารสินทรัพย์ในกลุ่มให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีแผนปรับ โครงสร้างธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐาน
ทั้งนี้ ปตท. ได้มอบหมายให้ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) เป็น Infrastructure Flagship และ ดำเนินการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ที่ PTT Tank ถือหุ้น 100% เพื่อเข้าทำธุรกรรม
ประกอบด้วย ธุรกรรมซื้อทรัพย์สินและให้เช่ากลับ และธุรกรรมซื้อทรัพย์สินและรับบริการ จาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) และร่วมจัดตั้งบริษัทร่วมใหม่ซึ่งจะถือหุ้นโดย บริษัทย่อยใหม่ของ PTT Tank
และบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) ในสัดส่วน 49.0% และ 51.0% ตามลำดับ เพื่อดำเนินการเช่าระยะยาวจาก TOP เป็นเวลา 21 ปี และเช่าช่วงทรัพย์สินกลับเพื่อใช้ในการดำเนินงาน
นอกจากนี้ บริษัทย่อยใหม่ของ PTT Tank จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด จาก PTTGC ในสัดส่วนประมาณ 35.43 % โดย PTT Tank จะเป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เ
พื่อเสริมสร้างศักยภาพ ครอบคลุมธุรกิจ บริการรับ จัดเก็บ และขนถ่ายสินค้าเหลว โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดทยอยแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 จนถึงช่วงไตรมาสแรกของปี 2569
“กลยุทธ์ Asset Monetization ของกลุ่ม ปตท. มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารการใช้สินทรัพย์ในกลุ่ม ปตท. ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งสร้าง Synergy เพื่อก่อให้เกิด Asset & Capital Optimization
รวมถึงการ unlock value ของสินทรัพย์ สร้างธุรกิจโมเดลใหม่ Energy Infrastructure ของกลุ่ม พร้อมทั้งยังคงยึดมั่นในบทบาทการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสมดุล” ดร. คงกระพัน กล่าว
ภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน ปตท. กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าทำธุรกรรมนี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และ การเงินให้แก่ ปตท. และ บริษัทในกลุ่ม ได้แก่ PTTGC และ TOP
ซึ่งจะได้รับกระแสเงินสดส่วนเพิ่ม และรับรู้กำไรพิเศษจากธุรกรรมดังกล่าว รวมถึงมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจาก Synergy & Efficiency โดยไม่กระทบต่อการดำเนินงานของแต่ละบริษัท อีกทั้งยังคงสามารถใช้ประโยชน์ของทรัพย์สินเพื่อดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่การสร้างผลตอบแทนสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นและเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
ที่มาของข้อมูล : www.thaioilgroup.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/expo-19092025/
