
สภาผู้บริโภค-ฉลาดซื้อ ทดสอบเครื่องฟอกอากาศพบ 1 ใน 3 ไม่ตรงตามแจ้ง ส่อเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค วอน “สมอ.” เร่งยกระดับมาตรฐาน เพราะประชาชนหวังพึ่งป้องกัน PM 2.5
ประชาชนต้องผิดหวัง เพราะซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีตราสัญลักษณ์ มอก. กลับได้ผลแค่รับรองว่าไฟไม่ดูด โดยผลทดสอบพบว่า 1 ใน 3 ของเครื่องที่สุ่มทดสอบ มีคุณภาพการฟอกอากาศไม่ตรงตามที่แจ้งไว้
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ได้เปิดเผยผลทดสอบเครื่องฟอกอากาศ โดยการสนับสนุนของสภาองค์กรของผู้บริโภค
การทดสอบครั้งนี้ เป็นการนำเครื่องฟอกอากาศที่มีในท้องตลาด มาเพื่อทดสอบประสิทธิภาพอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) หรือการกรองฝุ่น PM 2.5 ตามมาตรฐาน มอก. 3061- 2563 และฉลากแสดงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ตามมาตรฐานบังคับ มอก. 60335 เล่ม 2 (65)- 2564

สุ่มทดสอบ 15 ยี่ห้อ
เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ซื้อเครื่องฟอกอากาศ โดยเครื่องฟอกอากาศที่ทำการสุ่มซื้อตัวอย่างจากท้องตลาด จำนวน 15 ยี่ห้อ ราคาซื้อขายตามท้องตลาด ช่วงระหว่าง ต.ค. – พ.ย. 2568 ช่วงราคา 1,590-5,990 บาท ประกอบด้วย
- Xiaomi รุ่น AC-M17-SC
- Levoit รุ่น core 200s
- Philips รุ่น AC0650
- Bwell รุ่น AP-M1536S
- Smarthome รุ่น AP-180
- Sharp รุ่น FP-J30TA-B
- Hatari รุ่น AP12R1
- Smartmi รุ่น ZMKQJHQP11
- Tefal รุ่น PT2210TD
- Samsung รุ่น AX32BG3100GB
- Worldtech รุ่น WT-P50
- Electrolux รุ่น EP32-26UGA
- IRIS OHYAMA รุ่น AAP-S26B
- Mazuma รุ่น NANO CATALYST PLUS
- TOSHIBA รุ่น CAF-H20(W)
ทำการทดสอบ โดยใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมเครื่องฟอกอากาศเฉพาะด้าน ประสิทธิภาพการลดฝุ่น PM2.5 (มอก. 3061 – 2563) ซึ่งจะทำการทดสอบในห้อง ที่มีการควบคุมอัตราการแลกเปลี่ยนอากาศ และมีการควบคุมปริมาณฝุ่นละอองขนาด 0.3 µm (PM2.5)
ทัศนีย์ แน่นอุดร รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และบรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อ กล่าวว่า การทดสอบเครื่องฟอกอากาศ เกิดจากวาระทางสังคมที่มีปัญหาฝุ่นละออง และมีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นทุกปี ประชาชนจึงมีความจำเป็นต้องซื้อเครื่องฟอกมากขึ้น และผู้ผลิตก็มีจำนวนมากขึ้นเช่นกัน
มูลนิธิผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญ ที่ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง จากการทดสอบครั้งที่ 1 ในปี 2563 จึงดำเนินการทดสอบ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า และคุ้มครองผู้บริโภค ตามวัตถุประสงค์โครงการเฝ้าระวังสินค้า ด้วยการทดสอบสินค้า สภาองค์กรของผู้บริโภค
ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง เครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การทดสอบเครื่องฟอกอากาศ จำนวน 15 ตัวอย่างครั้งนี้ครอบคลุม 2 เรื่องสำคัญคือ 1. ทดสอบศึกษาอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) 2. ศึกษาการประเมินพื้นที่เหมาะสม (Application Area) ของผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ ยังสำรวจการแสดงฉลาก ระบุค่าอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) เนื่องจากอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) เป็นค่าที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ ผลิตเครื่องฟอกอากาศของประชาชน แต่ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐาน บังคับให้ผู้ผลิตระบุค่า (CADR) บนผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์
ดร.ไพบูลย์ เผยว่า ผลของการทดสอบศึกษา พบว่าเครื่องฟอกอากาศยี่ห้อที่ผลการทดสอบเป็นไปตามที่ระบุไว้ ได้แก่ Xiaomi, Philips, Sharp, Hatari, Smartmi, Tefal, Samsung, Electrolux, Mazuma, TOSHIBA
ผลทดสอบ 1 ใน 3 ไม่ตรงตามแจ้ง
ส่วนยี่ห้อที่ผลทดสอบไม่เป็นไปตามที่ผู้ผลิตระบุโฆษณาบนฉลาก คือ Levoit , Smarthome, Worldtech, IRIS OHYAMA โดยการทดสอบค่าอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) ได้ดำเนินการอย่างน้อย 1 ครั้ง และอาจดำเนินการทดสอบซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในกรณีที่ค่าผลการทดสอบแตกต่าง จากค่าที่ผลิตภัณฑ์แสดง เป็นกลุ่มที่ต้องขอข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้ผลิต
นอกจากนี้ยังมีเครื่องฟอกยี่ห้อ Bwell ที่ผู้ผลิตได้แสดงค่าอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) บนผลิตภัณฑ์ แต่อ้างว่าได้ทดสอบตามมาตรฐาน AHAM ซึ่งเป็นมาตรฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ทดสอบประสิทธิภาพการกรองฝุ่นละอองหลัก ๆ 3 ขนาด ได้แก่ ควันบุหรี่ (ขนาด 0.10 – 1.0 ไมครอน)
ฝุ่นละอองทั่วไป (ขนาด 0.5 – 3.0 ไมครอน) ละอองเกสรดอกไม้ (ขนาด 5.0 – 11.0ไมครอน) จึงไม่อาจเปรียบเทียบได้กับการทดสอบ มอก.3061- 2563 ที่ทดสอบด้วยอนุภาคฝุ่นละอองเฉลี่ย 0.3 ไมครอน
อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มยี่ห้อที่การทดสอบ จัดได้ว่าเป็นไปตามที่ระบุไว้ ยังพบปัญหาการไม่ระบุอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) ไว้บนผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภคสามารถเห็นได้ง่าย ชัดเจนและสะดวกคือ ยี่ห้อ Philips, Smartmi, Electrolux ที่ไม่ระบุไว้บนผลิตภัณฑ์ แต่ได้แสดงไว้บนเว็บไซต์ของผลิตภัณฑ์
ยี่ห้อ Tefal ไม่ระบุบนผลิตภัณฑ์ แต่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของแหล่งจำหน่าย ยี่ห้อ Sharp ไม่ระบุข้อมูลทั้งที่ผลิตภัณฑ์และเว็บไซต์ของผลิตภัณฑ์”

“การทำความเข้าใจ เรื่องมาตรฐานของเครื่องฟอกอากาศ ที่มี 2 มาตรฐาน คือ มอก. 60335เล่ม 2 (65)-2564 ความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้า สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นที่คล้ายกัน ฉบับนี้เป็นมาตรฐานบังคับ เป็นเรื่องของความปลอดภัย
จะเห็นสัญลักษณ์เครื่องหมายกลม ๆ และ มอก. ที่ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะถ้าไม่ดำเนินการแสดงฉลากบนผลิตภัณฑ์จะผิดกฎหมาย
แต่สำหรับเครื่องฟอกอากาศ มาตรฐานบังคับฉบับนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงเรื่อง ค่าประสิทธิภาพในการกรองลดฝุ่น PM 2.5 และฝุ่นต่างๆ เพราะด้านประสิทธิภาพ จะเป็นไปตามการทดสอบตาม มาตรฐาน มอก. 3061-2563 เครื่องฟอกอากาศ เฉพาะด้านประสิทธิภาพการลด PM 2.5
แนะยกระดับมาตรฐานบังคับ
การทดสอบประสิทธิภาพการลดฝุ่น PM 2.5 ในครั้งนี้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้เป็นมาตรฐานบังคับ เป็นการทำตามความสมัครใจของผู้ผลิต วันนี้จึงเห็นว่า หลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุค่านี้ไว้ เพราะไม่ผิดกฎหมาย ทั้งที่การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศของประชาชน พิจารณาและตัดสินใจจากข้อมูลของค่าอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก”
“ขอเสนอว่า ควรยกระดับมาตรฐาน มอก. 3061-2563 ให้การแสดงค่าประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM 2.5 และฝุ่นขนาดอื่น ๆ เป็นการบังคับเพื่อให้ผู้ผลิตระบุค่าอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) ที่ชัดเจน เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีมาตรฐานจากประเทศอื่นๆ ที่นำผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากต่างประเทศ เข้ามาจำหน่ายหลากหลายมาก และเครื่องฟอกอากาศที่นำเข้าจากต่างประเทศ อาจมีแนวโน้มสูงมากขึ้น เพราะความต้องการใช้ในประเทศมีสูงขึ้นทุกขณะ
เพื่อความรู้ความเข้าใจต่อการเลือกซื้อ สมอ. ควรทำความเข้าใจ และสื่อสารกับผู้ประกอบการ และให้ความรู้กับประชาชน เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในมาตรฐานต่างๆ “เรื่องความรู้ คือสิ่งที่เราสามารถเริ่มทำทันที ได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจในมาตรฐานที่หลากหลายได้”
โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่าปัจจุบัน ประเทศไทย ที่เผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อย่างต่อเนื่อง และปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข เครื่องฟอกอากาศจึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และเป็นความหวังของผู้บริโภค ที่จะช่วยให้ตนเองปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 ได้
จุดนี้การระบุค่าอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) หรือการกรองฝุ่น PM 2.5 บนผลิตภัณฑ์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง สภาองค์กรของผู้บริโภค จึงเข้ามาสนับสนุนการทดสอบครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าจะเกิดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค
อัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) ยังเป็นจุดขายของผู้ผลิต การสื่อสารเรื่องนี้ออกไปจึงเชื่อมั่นว่า จะมีการปรับปรุงมาตรฐานที่ดีขึ้นได้
“ผมอยากให้มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าของประเทศเรา ยกระดับให้สูงขึ้น ก้าวไปข้างหน้า เป็นให้มากกว่าเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยที่เรามี มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564 เป็นภาคบังคับอยู่
แต่ความจำเป็นขณะนี้ มาตรฐานบังคับฉบับนี้ฉบับเดียว คงไม่เพียงพออีกต่อไป ผมคิดว่าผู้บริโภคเขาตัดสินใจซื้อเครื่องฟอกอากาศ คงจะไม่ได้หวังให้เกิดการรับประกัน เรื่องความปลอดภัยเท่านั้น แต่เรื่องของการกรองค่าฝุ่นต่าง ๆ รวมถึงเรื่องอื่น ๆ เขาก็คาดหวังด้วยเช่นกัน
ผมคิดว่านี่คือความรับผิดชอบ เพราะจุดขายเหล่านี้ ผู้ผลิตก็ได้นำมาเป็นจุดขาย ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศมีราคาสูงขึ้นทุกวัน มาตรฐานบังคับด้านประสิทธิภาพจึงเป็นความรับผิดชอบ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค”

ข้อเสนอเชิงนโยบาย
1.สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควรยกระดับมาตรฐานมอก. 3061-2563ให้การแสดงค่าประสิทธิภาพการกรองฝุ่น PM 2.5 และฝุ่นขนาดอื่น ๆ เป็นการบังคับเพื่อให้ผู้ผลิตระบุค่าอัตราการส่งอากาศสะอาด (CADR) ที่ชัดเจน เพื่อความรู้ความเข้าใจต่อการเลือกซื้อ และเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
2.ค่าอัตราการส่งมอบอากาศสะอาด (Clean Air Delivery Rate: CADR) เป็นตัวชี้วัดที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการเลือกเครื่องฟอกอากาศ ให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ใช้งาน เนื่องจากสะท้อนประสิทธิภาพการลดมลพิษทางอากาศภายในห้องอย่างเป็นรูปธรรม
ดังนั้นจึงควรมีการปรับปรุง มาตรฐานการทดสอบเครื่องฟอกอากาศ ของประเทศไทย ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของ IEC และกำหนดให้มี การแสดงค่า CADR บนตัวผลิตภัณฑ์ หรือบรรจุภัณฑ์เป็นข้อกำหนดบังคับ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และเพิ่มความโปร่งใสในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
3.การคำนวณพื้นที่ใช้งานที่เหมาะสม ตามบริบทของประเทศไทยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทย ใช้อ้างอิงความสูงเพดานประมาณ 2.75 เมตร ซึ่งแตกต่างจากเกณฑ์อ้างอิงของหลายมาตรฐานสากล
ดังนั้นจึงควรกำหนดให้มี การแสดงพื้นที่ใช้งานที่เหมาะสม ตามวิธีการประเมินที่สอดคล้องกับบริบทประเทศไทย บนผลิตภัณฑ์หรือเอกสารประกอบของเครื่องฟอกอากาศทุกชนิด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร
4.สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควรเร่งให้ความรู้กับภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจต่อมาตรฐานประเภทต่างๆ ก่อนเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ อีกทั้งควรประสานร่วมมือกับภาคผู้ผลิต ให้มีการจัดทำข้อมูล เพื่อสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน
ที่มาของข้อมูล: https://www.chaladsue.com/articles/4877
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/sinergia-chicken-cage-free/
