
แผ่นดินไหว ฟิลิปปินส์ขนาด 7.8 บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะมินดาเนา ทำให้นักวิศวกรรมโครงสร้างไทยออกมาอธิบายความต่างของแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวระยะใกล้และแผ่นดินไหวระยะไกล พร้อมเตือนว่า กรุงเทพมหานครยังไม่ควรมองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากแผ่นดินไหว โดยเฉพาะผลกระทบต่ออาคารสูงจากคลื่นระยะไกลและชั้นดินอ่อน
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มาก เนื่องจากฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ในแนววงแหวนไฟ ซึ่งเป็นแนวแผ่นดินไหวสำคัญของโลก
อีกปัจจัยสำคัญคือจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20-30 กิโลเมตรเท่านั้น จึงจัดเป็นแผ่นดินไหวระยะใกล้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้เกิดคลื่นความถี่สูง ซึ่งมักส่งผลต่ออาคารเตี้ยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 5 ชั้น
ศ.ดร.อมรระบุว่า ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ครั้งนี้ ซึ่งมีรายงานอาคารเตี้ยบางส่วนถล่มหรือได้รับความเสียหาย สอดคล้องกับลักษณะของแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวระยะใกล้ ที่ส่งผลต่ออาคารเตี้ยได้เด่นชัดกว่าอาคารสูงบางประเภท
แผ่นดินไหว ฟิลิปปินส์ต่างจากกรณีกรุงเทพฯ ปี 2568
ศ.ดร.อมรกล่าวว่า ลักษณะของแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ครั้งนี้แตกต่างจากเหตุแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครเมื่อปี 2568 เพราะกรณีกรุงเทพฯ รอยเลื่อนที่มีผลกระทบสำคัญ ได้แก่ รอยเลื่อนสะกายในประเทศเมียนมา และรอยเลื่อนในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่หลายร้อยกิโลเมตรไปจนถึงระดับพันกิโลเมตร
กรณีดังกล่าวถือเป็นแผ่นดินไหวระยะไกล คลื่นแผ่นดินไหวที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ มีลักษณะเป็นคลื่นยาว จึงมีผลต่ออาคารสูงมากกว่า โดยเฉพาะอาคารที่มีคาบการสั่นใกล้เคียงกับคลื่นแผ่นดินไหวที่ถูกขยายจากชั้นดินอ่อน
ความต่างระหว่างสองกรณีนี้ทำให้การประเมินความเสี่ยงของอาคารไม่สามารถดูเฉพาะ “ขนาดแผ่นดินไหว” ได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูทั้งระยะห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว ลักษณะคลื่นแผ่นดินไหว ประเภทอาคาร ความสูงของอาคาร และสภาพชั้นดินในพื้นที่ประกอบกัน
กรุงเทพฯ ยังต้องระวังแผ่นดินไหวระยะไกล
ศ.ดร.อมรย้ำว่า กรุงเทพมหานครยังไม่ถือว่าปลอดภัยจากแผ่นดินไหว โดยเฉพาะแผ่นดินไหวระยะไกล เนื่องจากกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ่งสามารถขยายแรงสั่นสะเทือนได้หลายเท่า และมีผลต่ออาคารสูงอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อเสนอสำคัญคือ กรุงเทพมหานครควรเร่งสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลความเสี่ยงของอาคาร โดยเฉพาะอาคารสูง อาคารเก่า อาคารที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก และอาคารสำคัญต่อระบบเมือง เพื่อให้สามารถประเมินได้ว่าอาคารกลุ่มใดควรได้รับการตรวจสอบหรือเสริมความแข็งแรงเป็นลำดับแรก
นอกจากนี้ ควรพิจารณามาตรการเสริมความแข็งแรงอาคารในกลุ่มที่มีความเสี่ยง รวมถึงติดตั้งระบบเซ็นเซอร์แจ้งเตือนแผ่นดินไหวในอาคารสำคัญ หรืออาคารที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก เพื่อเพิ่มข้อมูลประกอบการเฝ้าระวังและการบริหารความปลอดภัยเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน
เหตุแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ครั้งนี้จึงเป็นอีกสัญญาณเตือนให้เมืองใหญ่ในภูมิภาค รวมถึงกรุงเทพฯ ต้องทบทวนความพร้อมของอาคาร ระบบข้อมูลความเสี่ยง และมาตรการรับมือแผ่นดินไหวอย่างจริงจังมากขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักข่าว AP รายงานเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ส.วิศวกรโครงสร้าง-ภาคี ถอดบทเรียน 1 ปี ตึกสตง.ถล่ม
