ธุรกิจกงสี ต้องวางกฎครอบครัว ก่อนส่งต่อ เพื่อลดความขัดแย้ง
S__64626694_0

ธุรกิจกงสี ต้องวางกฎครอบครัว ก่อนส่งต่อ เพื่อลดความขัดแย้ง โดยเวที KKP Year Ahead 2026 ได้สรุปแนวทางสืบทอดธุรกิจครอบครัว ต้องวางกติกาครอบครัวล่วงหน้า เพื่อตัดวงจรความขัดแย้งก่อนส่งไม้ต่อให้ทายาท

เมื่อการส่งต่อความมั่งคั่ง กลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญของธุรกิจครอบครัวไทยในปี 2026 กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) จึงจัดเสวนาในงาน “KKP Year Ahead 2026” เพื่อฉายภาพกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพย์สิน และสายสัมพันธ์ในช่วงเปลี่ยนผ่านรุ่นสู่รุ่น

ปัญญา สิทธิสาครศิลป์ หุ้นส่วน บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด มาร่วมถ่ายทอดแนวทางการวางโครงสร้างการกำกับดูแล ที่ช่วยป้องกันความขัดแย้ง และสร้างรากฐานความสำเร็จในระยะยาว

ปัญญา เผยว่า หัวใจสำคัญของการพาธุรกิจกงสี ให้ข้ามผ่านยุคสมัยไม่ใช่เพียงแค่ผลกำไร แต่เริ่มต้นจากการตั้งคำถามที่จริงใจว่า สมาชิกในครอบครัวยังควรทำธุรกิจร่วมกันต่อไปหรือไม่ โดยต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งจากความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว ค่านิยม วิสัยทัศน์ พันธกิจในระยะยาว ตลอดจนศักยภาพของสมาชิก

หากเป้าหมายคือการเดินหน้าต่อ สิ่งที่ต้องรีบสร้างขึ้นทันทีคือ โครงสร้างการกำกับดูแล (Governance) ที่ชัดเจน ซึ่งต้องครอบคลุมทั้งมิติของครอบครัว (Family) ความเป็นเจ้าของ (Ownership) และการบริหารธุรกิจ (Business) พร้อมรองรับด้วยเอกสารทางกฎหมาย ที่เหมาะสมทั้งกับครอบครัวและธุรกิจ เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยง ป้องกันความขัดแย้ง และรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจได้

ตั้งโฮลดิ้งเป็นแกนการลงทุน

หนึ่งในกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูง คือการจัดตั้ง บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) เพื่อทำหน้าที่เป็นบริษัทแม่ ถือหุ้นในบริษัทประกอบการทั้งหมดของครอบครัว โดยการรวบรวมหุ้นของสมาชิกครอบครัวในโฮลดิ้ง แทนการถือหุ้นกระจัดกระจายในบริษัทลูก

นอกจากจะช่วยให้การบริหารจัดการทรัพย์สินทำได้ง่ายขึ้น ยังสร้างแต้มต่อทางภาษี โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินปันผล หากถือหุ้นตั้งแต่ 25% ขึ้นไป ทำให้ครอบครัวสามารถต่อยอดการลงทุนใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ รวมถึงการวาง Exit Plan หรือแผนการถอนตัวที่ชัดเจน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ ทายาทอาจต้องการแยกตัวหรือขายกิจการ

สำหรับครอบครัวที่มีธุรกิจที่ไม่พึ่งพากัน (No Synergy) ปัญญาได้แนะกลยุทธ์สำคัญเพื่อสร้างสมดุลระหว่างอิสระและการเกื้อกูล โดยสามารถเลือกใช้ได้ ตั้งแต่การจัดสรรสินทรัพย์ ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกแต่ละคน มีอิสระในการบริหารส่วนของตัวเองอย่างเต็มที่

แต่ยังคงมีจุดเชื่อมโยงผ่านการถือหุ้นในโฮลดิ้งส่วนกลางอย่างน้อย 5% เพื่อเป็นกลไกในการช่วยเหลือสมาชิกในยามวิกฤต ไปจนถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ผ่านบริษัทโฮลดิ้งครอบครัว และการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ซึ่งรวมศูนย์การจัดการมากกว่า

โดยแม้สมาชิกจะแยกกันทำธุรกิจของตัวเอง แต่มีการจัดสรรรายได้ และกำไรบางส่วนกลับเข้าสู่กองกลาง ตามข้อตกลงทางกฎหมายที่ชัดเจน เหล่านี้ไม่ใช่เพียงการจัดสรรเงินทอง แต่คือการวางกติกาที่โปร่งใส เพื่อเปลี่ยนผ่าน จากระบบเครือญาติสู่ความเป็นสถาบัน ที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่

เกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร

กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เกิดขึ้นจากการร่วมกิจการระหว่าง ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ดำเนินการโดย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และธุรกิจตลาดทุน ที่ดำเนินการโดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด โดยกลุ่มธุรกิจฯ มุ่งนำทรัพยากรสู่ลูกค้าอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเปี่ยมประสิทธิภาพด้วยบริการที่เหนือความคาดหมาย

ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของกลุ่มธุรกิจฯ ครอบคลุมสินเชื่อบรรษัท สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อย เช่นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อส่วนบุคคล

ส่วนธุรกิจด้านตลาดทุนของกลุ่มธุรกิจฯ ครอบคลุมธุรกิจวานิชธนกิจ (Investment Banking) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล (Wealth Management) ธุรกิจการลงทุน (Direct Investment) ตลอดจนธุรกิจจัดการกองทุน

ที่มาของข้อมูล: www.kkpfg.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/investment-mufg-28082025/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X