
กรมทรัพย์สินฯ จับมือ สถาบันอาหาร ขับเคลื่อน นวัตกรรมอาหาร มูลค่าสูง ผ่านการวาง ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาดโลก
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญา และ ไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการ สถาบันอาหาร ร่วมลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อ บูรณาการความร่วมมือ เชิงยุทธศาสตร์ ด้าน นวัตกรรมอาหาร และ ทรัพย์สินทางปัญญา
มุ่งสร้าง มูลค่าเพิ่ม และ ยกระดับ อุตสาหกรรมอาหารไทย ให้สามารถแข่งขัน ในตลาดสากล ได้อย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุน ให้คนไทย เป็นเจ้าของ นวัตกรรมอาหาร ที่ตลาดโลก ต้องการ
อรมน กล่าวว่า แนวโน้ม การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร ในปัจจุบัน และ อนาคต มุ่งสู่ การสร้างนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง เพื่อตอบโจทย์ ผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญ กับ เรื่องสุขภาพ คุณภาพชีวิต และ ความยั่งยืน
โดยเฉพาะ กลุ่มนวัตกรรมอาหาร เสริมสุขภาพ อาหารทางเลือก และ อาหารจากพืช ซึ่งมี อัตราการเติบโต อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง การขับเคลื่อน อุตสาหกรรมอาหารไทย ไปสู่ทิศทางดังกล่าว จำเป็น ต้องอาศัย ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นกลไกสำคัญ ในการคุ้มครองนวัตกรรม สร้างความแตกต่าง ทางการแข่งขัน และ เสริมความแข็งแกร่ง ให้ผู้ประกอบการ ใน อุตสาหกรรมอาหารไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้ สามารถขยายตลาด และ ยืนหยัดในเวทีสากล ได้อย่างยั่งยืน
กรมทรัพย์สินฯ จับมือ สถาบันอาหาร ขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์
ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตฯ อาหาร
ในโอกาสนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และ สถาบันอาหาร จึงลงนาม MOU ความร่วมมือ เชิงยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรมอาหาร และ ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเป็นจุดเริ่มต้น ของการผนึกกำลัง ร่วมกัน อย่างเป็นรูปธรรม ในการยกระดับ อุตสาหกรรมอาหาร ของไทย ให้เติบโต บนฐาน นวัตกรรม และ ทรัพย์สินทางปัญญา
โดยใช้ต้นทุน ความหลากหลาย ทางชีวภาพ ของประเทศ เป็นจุดแข็ง สร้าง ผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูง ที่สามารถแข่งขัน ได้ในตลาดโลก
พร้อมปรับ มุมมองแนวคิด ของภาคอุตสาหกรรม จากการผลิตเชิงปริมาณ เพื่อจำหน่ายวัตถุดิบ สู่ การวิจัยพัฒนา เพื่อสร้างสิทธิบัตร นวัตกรรมอาหาร ที่มีมูลค่าสูง และ ผลักดันให้คนไทย เป็นเจ้าของนวัตกรรมอาหาร ที่ตลาดโลกต้องการ
ภายใต้ MOU ดังกล่าว ทั้งสองหน่วยงานจะ บูรณาการการทำงาน ร่วมกัน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมกรอบความร่วมมือ เชิงยุทธศาสตร์ 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
- การส่งเสริม และ พัฒนานวัตกรรมอาหาร ที่เชื่อมโยง กับ ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มมูลค่า และ ขีดความสามารถ ในการแข่งขัน ของอุตสาหกรรมอาหาร ของประเทศ
- การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ข้อมูลทางวิชาการ และ เทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับ การคุ้มครองการบริหารจัดการ และ การใช้ประโยชน์จาก ทรัพย์สินทางปัญญา ในธุรกิจอาหาร
- การพัฒนา และ ยกระดับศักยภาพ ของผู้ประกอบการ และ บุคลากร ในอุตสาหกรรมอาหาร ผ่านการอบรม สัมมนา หรือ กิจกรรมส่งเสริมความรู้ ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และ ทรัพย์สินทางปัญญา
4.การส่งเสริม การคุ้มครอง และ การนำทรัพย์สินทางปัญญา ไปใช้ประโยชน์ เชิงพาณิชย์ ให้กับผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมอาหาร
- การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และ สถาบันวิจัย เพื่อขับเคลื่อน เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอาหารของประเทศ
ตั้งเป้าสร้างมาตรฐาน ขยายตลาดในระดับสากล
ไปยดา กล่าวว่า สถาบันอาหาร พร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือ กับ กรมทรัพย์สินทางปัญญาอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดัน การดำเนินงานภายใต้ MOU ให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม
โดยสถาบันอาหาร มีความเชี่ยวชาญด้านวิชาการ การวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ และ มาตรฐานอาหาร พร้อมทั้งมีเครือข่ายบุคลากร และ ผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมอาหาร ที่มีศักยภาพจำนวนมาก
ขณะที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นหน่วยงาน ที่มีบทบาทโดยตรงในการให้ ความคุ้มครอง และ ส่งเสริมการใช้ ประโยชน์ ทรัพย์สินทางปัญญา ในเชิงพาณิชย์
ทั้งสองหน่วยงานจึงสามารถ บูรณาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และ เครื่องมือ ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยเสริมพลัง การสร้างนวัตกรรม อาหารไทย ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลก ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวได้เริ่มขับเคลื่อนในทางปฏิบัติทันที ผ่านการเสริมศักยภาพนักนวัตกรรมอาหารให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง โดยระหว่าง 23 – 24 ธันวาคม 2568 กรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดทีมผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ในมิติต่างๆ ให้แก่
บุคลากรของสถาบันอาหารและผู้ประกอบการในเครือข่าย ครอบคลุมความรู้พื้นฐานด้านทรัพย์สินทางปัญญา การบริหารจัดการสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ เทคนิคการสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้า
รวมถึง แนวทางการยกร่างคำขอ และ การยื่น จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น โดยมี ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ ให้คำปรึกษา ด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) ของกรมฯ ให้การสนับสนุนข้อมูล และ ให้คำแนะนำ อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความพร้อม ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ ได้อย่างมั่นใจ ไปยดา กล่าว
ที่มาของข้อมูล : https://www.ipthailand.go.th/th/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/commerce-24122025/
