
คลัง คลอด มาตรการ ลดค่าครองชีพ ให้กับ ประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมเดินหน้า การเปลี่ยนผ่าน ไปใช้ พลังงานสะอาด
BangkokX Team
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติ เห็นชอบ มาตรการ ให้ความช่วยเหลือ แก่ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ จากสถานการณ์ การสู้รบใน ภูมิภาคตะวันออกกลาง
เพื่อเป็นการบรรเทา ผลกระทบ และ ป้องกันความเสี่ยง ทางเศรษฐกิจ จากสถานการณ์ ดังกล่าว ที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจ ชะลอตัว ควบคู่กับ อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น (Stagflation) ซึ่งจะ ส่งผลกระทบ ต่อ ทุกภาคส่วน รัฐบาลจึงได้มี
1.มาตรการบรรเทา ภาระค่าครองชีพ ของประชาชน กลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง และ เกษตรกร ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
2. มาตรการสนับสนุน ให้ประชาชน และ ผู้ประกอบการปรับตัว (Transform) และ หันมาใช้พลังงานสะอาดทดแทนน้ำมัน ให้มากขึ้น
3.มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และ ภาคการเกษตรที่เป็นต้นน้ำ ของ ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของประเทศ ให้ได้รับ ความช่วยเหลือ อย่างทั่วถึง และ มีสภาพคล่อง เพียงพอ ต่อการดำเนินธุรกิจ และ การทำการเกษตร
“รัฐบาลคาดหวังว่า มาตรการ ให้ความช่วยเหลือ ดังกล่าว จะเป็น การแบ่งเบาภาระ และ ช่วยลดต้นทุน ให้แก่ผู้ประกอบการ และ เกษตรกร
ซึ่งจะช่วยลด การส่งผ่าน ภาระต้นทุน ไปสู่ผู้บริโภค โดย คณะรัฐมนตรี ได้มีมติ เห็นชอบ มาตรการ เพื่อให้ ความช่วยเหลือ แก่ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ จาก สถานการณ์ การสู้รบ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง” เอกนิติ กล่าว
คลัง คลอด มาตรการ ลดค่าครองชีพ
กลุ่มเปราะบาง: มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยการขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นจาก 300 บาท เป็น 400 บาท ระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
ภาคเกษตร: มาตรการโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง โดยธกส. เพื่อลดต้นทุนการผลิตเช่นปุ๋ย และเพิ่มทักษะที่เกี่ยวข้อง วงเงินสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อ ปี
โดยรัฐจะช่วยจ่ายดอกเบี้ยแทน 3% เมื่อทำตามเงื่อนไข แล ะกู้ได้สูงสุด 100,000 บาท ต่อ ราย
ผู้ประกอบการคู่สัญญาภาครัฐ: ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ เร่งรัดการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างของสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
โดยกรมบัญชีกลาง และ สำนักงบประมาณได้ผ่อนปรนเกณฑ์ การจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะช่วย ผู้ประกอบการ คู่สัญญาภาครัฐ ลดกระทบ จาก ราคาวัสดุ และ น้ำมัน ที่ผันผวน
ภาคขนส่ง: สนับสนุน งบประมาณจำนวน 2,060.74 ล้านบาท ในช่วง 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยอุดหนุน ค่าน้ำมัน แก่ภาคขนส่ง ได้แก่
1.กลุ่มรถขนส่งรับจ้าง (รถบรรทุกขนาดใหญ่ และรถบรรทุกขนาดเล็ก
2.กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ
3.กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ (รถตู้โดยสาร และรถมินิบัสที่ใช้น้ำมันดีเซล)
4.กลุ่มรถเท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
5.กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถบัส รถตู้โดยสาร และรถมินิบัส)
มาตรการ เตรียม ประชาชน ปรับตัว ใช้ พลังงานสะอาด
นอกจากมาตรการช่วยเหลือแล้ว กระทรวงการคลัง ยังออกมาตรการเตรียม ความพร้อม ประชาชน และ ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) เพื่อปรับตัวเปลี่ยนผ่านไปใช้ พลังงานสะอาด ผ่านสถาบันการเงิน ของรัฐ ได้แก่
ธนาคารออมสิน : จัดทำ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงิน 100,000 ล้านบาท สำหรับ SMEs และ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อการปรับตัว ด้านพลังงาน วงเงิน 5,000ล้านบาท สำหรับประชาชน
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ : สนับสนุน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อประหยัดพลังงาน สำหรับการซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม และ refinance ที่อยู่อาศัย
รวมถึง สินเชื่อ การกู้เพื่อซื้อ solar rooftop วงเงิน 300,000 บาท ต่อราย ดอกเบี้ย 3.90% ต่อปี 3 ปีแรก
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย : สนับสนุน สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน แก่ ผู้ส่งออก ที่ได้รับผลกระทบ จาก ต้นทุนขนส่ง
โดยคิดอัตราดอกเบี้ย สำหรับ ผู้ประกอบการรายย่อย 2.06% ต่อปี และ ยังมี โครงการประกัน การส่งออก ด้วยอัตราเบี้ยประกันพิเศษ สำหรับ ประกันความเสี่ยง ที่เพิ่มขึ้น จาก วิกฤติตะวันออกกลาง
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย : จัดทำโครงการ SMEs Green Productivity เพื่อยกระดับ SMEs เปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว โดยอัตราดอกเบี้ย 3 % ต่อ ปี ใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท ต่อราย
ปรับลด งบประมาณที่ไม่จำเป็นของภาครัฐ
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี ยังได้มีนโยบาย ให้ปรับลด การใช้งบประมาณ ของหน่วยงานภาครัฐ โดยมอบหมายให้ สำนักงบประมาณ ดำเนินการ พิจารณา ลดการใช้ งบประมาณ ของ หน่วยงานภาครัฐ
ไม่ว่าจะเป็น งดการเดินทาง ไปศึกษาดูงาน หรือ ฝึกอบรม ในต่างประเทศ และ ปรับรูปแบบ การดำเนินการ เป็นการศึกษา ดูงาน หรือ จัดกิจกรรม ภายในประเทศ แทน
รวมทั้ง ลดการใช้พลังงาน ใน หน่วยงานภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพ ในการ บริหารจัดการ ทรัพยากร ของภาครัฐ
“รัฐบาล โดย กระทรวงการคลัง และ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง มุ่งมั่น ดำเนินมาตรการข้างต้น เพื่อเร่ง บรรเทาผลกระทบ ให้แก่ ประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถ กลับมาดำเนินธุรกิจ และ ใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว
เพื่อเป็น การป้องกัน ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ผ่านการสร้างนิเวศ ทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อ การเติบโต ของผู้ประกอบการ และ วางรากฐาน ให้ภาคธุรกิจฟื้นตัว และ ขับเคลื่อนต่อไปได้ อย่างยั่งยืน และ ครอบคลุม ในทุกมิติ” เอกนิติ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/world-change-10042026/
ที่มาของข้อมูล : https://www.mof.go.th
