
กรมสรรพสามิต ลงนาม MOU 18 ธุรกิจน้ำมัน เชื่อมโยงภาษีคาร์บอน โดยร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าน้ำมัน และผลิตภัณฑ์น้ำมัน เพื่อพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลน้ำมัน ยกระดับการจัดเก็บภาษีสู่ยุคดิจิทัล รองรับภาษีคาร์บอนในอนาคต
กรมสรรพสามิตลงนาม MOU ร่วมกับกลุ่มบริษัทน้ำมัน จำนวน 13 บริษัท ในกลุ่มผู้ให้บริการขนส่งน้ำมัน จำนวน 4 บริษัท และผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน จำนวน 1 บริษัท รวมทั้งสิ้น 18 บริษัท
ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลดิจิทัล เชื่อมโยงปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ที่รับเข้าและจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรม มุ่งยกระดับการบริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิต รองรับกลไกราคาคาร์บอน และเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลอย่างโปร่งใส

ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อวันนี้ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ทางกรมฯ ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาระบบเชื่อมโยง ข้อมูลปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ที่รับเข้าและจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรม ระหว่างกรมสรรพสามิต กับ กลุ่มบริษัทน้ำมัน กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งน้ำมัน และผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน
ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ในการบริหารจัดการข้อมูล และบูรณาการระบบฐานข้อมูล ปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับ การบริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิต สินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
รองรับการจัดเก็บภาษี ที่มีการกำหนดสัดส่วน กลไกราคาคาร์บอนต่อหน่วย หรือภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) รวมทั้งสนับสนุนแนวทางการจัดเก็บภาษี ณ โรงอุตสาหกรรมปลายทางในอนาคต

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า หัวใจสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การพัฒนาฐานข้อมูลกลางในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณน้ำมัน และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าและจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรม โดยตรงจากผู้ประกอบอุตสาหกรรม
โดยเปลี่ยนผ่านรูปแบบข้อมูล จากเอกสารกระดาษ สู่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ พร้อมบูรณาการให้สามารถเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานอื่น ๆ อาทิ ระบบการยื่นแบบรายการภาษี ระบบการคืนภาษี และระบบการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษี
เพิ่มความถูกต้องรวดเร็ว
ระบบดังกล่าวจะช่วยสนับสนุน กระบวนการจัดเก็บภาษี ให้มีความถูกต้อง รวดเร็ว และเรียบง่าย ลดขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารแบบเดิม และยกระดับการบริหารจัดการข้อมูล สู่กระบวนการดิจิทัล ที่สามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญ เพื่อรองรับกลไกราคาคาร์บอนในอนาคต และสนับสนุนแนวทางการจัดเก็บภาษี ณ โรงอุตสาหกรรมปลายทาง ซึ่งจะช่วยให้การกำกับดูแล และการบริหารจัดเก็บภาษีมีความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริง ของทุกภาคส่วนในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาสร้างมาตรฐานใหม่ ให้กับการบริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิต สินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของผู้ประกอบอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี และเป็นต้นแบบในการพัฒนาการบริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าอื่น ๆ ต่อไป เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน

รายชื่อกลุ่มบริษัทน้ำมัน กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งน้ำมัน และผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานที่ลงนาม MOU การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณน้ำมัน และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าและจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรม
- บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
- บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน)
- บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
- บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
- บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด
- บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ไซโนเปค ซัสโก้ จำกัด
- บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
- บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด
- บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
- บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด
- บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด
- บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด
- บริษัท บาส์ฟขนส่งทางท่อ จำกัด
- บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
ที่มาของข้อมูล: https://www.excise.go.th/excise/index.htm
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/oil-price/

