กรมการค้าภายใน ชง”ศุภจี” เพิ่ม 12 สินค้าควบคุมใหม่
ธงฟ้า

กรมการค้าภายใน ชง”ศุภจี” เพิ่ม 12 สินค้าควบคุมใหม่ รวมเป็น 71 รายการ พร้อมดึง 13 รายการคุมเดิมต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา -ใช้มาตรการเข้ม

วิทยากร มณีเนตร  อธิบดีกรมการค้าภายใน แถลงถึงสถานการณ์การตรวจสอบรับเรื่องร้องเรียน และสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคว่า ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ กรมฯจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)ที่มี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เป็นประธาน พิจารณาและเห็นชอบการเพิ่มการใช้มาตรการที่เข้มข้น สำหรับสินค้า 13 รายการ ที่อยู่ใน 59 รายการสินค้าควบคุม

และเพิ่มรายการสินค้าควบคุมใหม่อีก 12 รายการ รวมเป็น 71 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้ากลุ่มอาหาร เกษตร และสินค้าจำเป็นที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ และนำผลสรุปเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบในสัปดาห์นี้เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันที

“เดิมนั้นการพิจารณานำสินค้ารายการใด ขึ้นเป็นสินค้าควบคุม ต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องใช้เวลาหลายเดือน แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ความต้องการสินค้าและราคาวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ประกอบกับความต้องการใช้ และบริโภคสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่านรมว.จึงให้รัดขั้นตอน และเร่งทำการพิจารณารายสินค้าที่ต้องเข้าควบคุม เพื่อใช้มาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสม และทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งปกติสินค้าควบคุมจะมีการทบทวนทุกปี และทบทวนในเดือนมิถุนายน ซึ่งในเดือนมิถุนายนก็จะมีการประชุมอีกครั้ง“ วิทยากร กล่าว

สำหรับสินค้าที่ต้องติดตาม และควบคุมอย่างใกล้ชิด อาทิ เม็ดพลาสติก บรรจุภัณฑ์-หีบห่อ ปุ๋ย ขวดพลาสติก เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อเข้าเป็นสินค้าควบคุม จะใช้มาตรการที่แตกต่างกัน เช่น เม็ดพลาสติก ก็จะเข้าไปดูทุกขั้นตอนตั้งแต่นำเข้า แปรรูป สต๊อก เส้นทางการกระจายสินค้า ลงในทุกรายละเอียด

หากพบว่าสินค้าไม่ตรงกับชี้แจง ถือว่าเข้าข่ายกักตุน ก็มีโทษจำคุกและปรับ หรือ ปุ๋ย / อาหารสัตว์ จะเข้าไปตรวจสต๊อกรายวัน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม มาตรการที่ใช้กำกับดูแลสินค้าควบคุม จะมีทั้งคุมราคา ที่ผู้ผลิต และจำหน่ายต้องได้รับอนุญาตก่อนขึ้นราคา มาตรการแค่แจ้งราคาที่เปลี่ยนแปลง และมาตรการแจ้งรายละเอียดการขนย้ายสินค้า ซึ่งแต่ละรายการอาจใช้มาตรการเดียว หรือสองมาตรการ และบางรายการใช้ทั้งสามมาตรการ รวมถึงห้ามส่งออก หากมีความตึงตัวในประเทศสูง

พร้อมกันนี้ กรมฯปรับโยกงบประมาณ และขยับความถี่ของการจัดงานธงฟ้า จำหน่ายสินค้าราคาถูก จากเตรียมใช้งบประมาณทั้งปี 60 ล้านบาท ระยะเหลือ 4 เดือนนับตั้งแต่ 23 มีนาคม-สิงหาคม 2569 และเตรียมเสนอครม.ของบเพิ่มเติม เพื่อจัดงานธงฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป

อีกทั้งเพิ่มงบธงเขียวพลัส ขอลดภาระค่าปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช เพื่อลดภาระเกษตรกร ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกรอบใหม่ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ที่จะใช้ปุ๋ยมากในการปลูกข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์ม ผลไม้

สำหรับการดูแลราคาสินค้า จากการที่ประชุมหารือกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรายใหญ่ ยืนยันปริมาณเพียงพอและคงราคาขายตามสต๊อกวัตถุดิบเดิม ซึ่งภาคเอกชน ระบุต้นทุนเดิมและราคาเดิม จะเพียงพอถึงเดือนเมษายน-พฤษภาคม

อย่างน้อยสต๊อกเดิมก็มีเพียงพอ 2 เดือน  อย่าง ราคาปาล์มขวด ผลิตจากสต๊อกน้ำมันปาล์มเดิม ดังนั้นเฉลี่ยวันนี้ควรอยู่ที่ 52-55 บาทต่อขวด(1ลิตร)

ส่วนความวิตกเรื่องการนำน้ำมันปาล์มไปผสมไบโอดีเซล( บี 7 บี 10 ) อาจกระทบต่อภาคบริโภค นั้น  การผลิตบี7 หรือ บี10  จะยังไม่มีการผลิต เนื่องจากต้องรอการนำเข้าเมทิลแอลกอฮอลล์ ที่เป็นส่วนผสมหลักด้วย ดังนั้น ปริมาณน้ำมันปาล์มมีเพียงพอกับความต้องการ

วันนี้มีสต๊อกน้ำมันปาล์ม 3.5 แสนตัน และเดือนเมษายนเป็นต้นไป จะมีปาล์มสดใหม่ออกสู่ตลาดอีก  นอกจากนี้ จะหามาตรการอื่นเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน เช่น ร่วมกับภาคเอกชนผลิตสินค้าจำเป็น ที่อาจไม่ได้เน้นเรื่องยี่ห้อสินค้าเป็นที่นิยม แต่เป็นสินค้าจำเป็นราคาย่อมเยา

ที่มาของข้อมูล: https://www.dit.go.th/th/event-page/

ข่าวที่เกกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/dit-consumer-price/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X