
คอร์รัปชันฉุดธุรกิจไทย กลายเป็นต้นทุนแฝงที่ภาคเอกชนต้องแบกรับ หลัง กกร. เปิดผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ พบว่า 89.1% ของภาคธุรกิจมองคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
คอร์รัปชันยังเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญที่กดทับภาคธุรกิจไทย หลังคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. โดยคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ พบว่า ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังมองปัญหาคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำจากผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจจำนวน 401 รายทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 10 เมษายน 2569 พบว่า 89.1% ของภาคธุรกิจระบุว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในระดับปานกลางถึงมากที่สุด ขณะที่ 51.2% มองว่าแนวโน้มคอร์รัปชันแย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา และ 51% ระบุว่าความยุ่งยากในการติดต่อราชการเพิ่มขึ้น มีเพียง 3% เท่านั้นที่มองว่าลดลง
ตัวเลขจากผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนว่า คอร์รัปชันฉุดธุรกิจไทย ไม่ใช่เพียงในมิติความโปร่งใส แต่ยังเชื่อมโยงกับต้นทุนสินค้า บริการ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
คอร์รัปชันฉุดธุรกิจไทย ซ้ำเติมต้นทุนแฝงและสินค้าแพง
คอร์รัปชันแสดงถึงปัญหาธรรมาภิบาล หรือเรื่อง “ใต้โต๊ะ” ระหว่างรัฐกับเอกชนเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งต้นทุนของธุรกิจไทย เพราะเมื่อการขออนุญาต การติดต่อราชการ หรือการเข้าถึงสัญญาภาครัฐมีค่าใช้จ่ายแฝง ต้นทุนเหล่านี้ย่อมไม่หายไปจากระบบเศรษฐกิจ แต่จะถูกบวกเข้าไปในต้นทุนสินค้า บริการ และโครงการต่าง ๆ ก่อนย้อนกลับมากระทบผู้บริโภคในรูปของราคาสินค้าและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ต้นทุนธุรกิจผ่านหลายประเด็นเศรษฐกิจ ทั้งต้นทุนพลังงานที่ผลักต้นทุนอาหาร โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ต้นทุนจากปุ๋ยเคมี น้ำมัน และสารเคมีรวมกันสูงถึง 47.3% ของต้นทุนทั้งหมด รวมถึงความเปราะบางจากการพึ่งพาปุ๋ยเคมีนำเข้าเกือบทั้งหมดราว 99% ของปริมาณที่ใช้ในประเทศ
ขณะเดียวกัน ต้นทุนจากภาษีนำเข้าอาจทำให้ราคาสินค้าไทยแพงขึ้น และกระทบความสามารถในการแข่งขัน หากคู่แข่งสามารถกดต้นทุนหรือส่งผ่านภาระภาษีไปยังผู้บริโภคได้ต่ำกว่า รวมถึงประเด็นน้ำมันแพงที่ภาคประชาชนสะท้อนว่าโครงสร้างราคาน้ำมันไทยยังมีองค์ประกอบที่เป็นต้นทุนสมมติ เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าพรีเมียมจากการอิงราคาต่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันสูงเกินความจำเป็น
เมื่อภาคธุรกิจต้องเผชิญต้นทุนหลายด้านพร้อมกัน ทั้งพลังงาน วัตถุดิบ ค่าแรง ดอกเบี้ย ภาษีการค้า และต้นทุนแฝงจากคอร์รัปชัน ผลที่ตามมาคือธุรกิจแข่งขันได้ยากขึ้น ราคาสินค้าอาจปรับสูงขึ้น และกำลังซื้อของประชาชนถูกบีบให้แคบลงกว่าเดิม สอดคล้องกับข่าวก่อนหน้าของ BangkokX ที่สะท้อนว่าแรงงานไทยจำนวนหนึ่งกังวลเรื่องค่าครองชีพสูงและรายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย
ดังนั้น ตัวเลขจากผลสำรวจ กกร. ที่พบว่า 37.3% ของภาคธุรกิจระบุว่าอุตสาหกรรมของตนต้องจ่ายเงินพิเศษเพื่อให้ได้สัญญาภาครัฐ เฉลี่ย 11–15% ของมูลค่าสัญญา จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขด้านคอร์รัปชัน แต่เป็นสัญญาณของต้นทุนเศรษฐกิจที่อาจถูกส่งต่อไปทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้ประกอบการ นักลงทุน แรงงาน ไปจนถึงผู้บริโภค

คอร์รัปชันกลายเป็นต้นทุนธุรกิจ กดความสามารถแข่งขันไทย
ตัวเลขจากผลสำรวจสะท้อนว่า ปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านความโปร่งใสของรัฐ แต่กำลังกลายเป็นต้นทุนแฝงที่กระทบต่อการทำธุรกิจโดยตรง ทั้งในแง่ต้นทุนการดำเนินงาน ระยะเวลาในการติดต่อราชการ ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน
หนึ่งในข้อมูลที่น่ากังวลคือ 60.9% ของผู้ขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐ ระบุว่าพบการสื่อเป็นนัยหรือร้องขอสิ่งตอบแทนในการยื่นขออนุญาตครั้งล่าสุด ขณะที่ 45.9% ของบริษัทยืนยันว่าเคยจ่ายเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวก
ขณะเดียวกัน 37.3% ระบุว่าอุตสาหกรรมของตนต้องจ่ายเงินพิเศษเพื่อให้ได้สัญญาภาครัฐ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 11–15% ของมูลค่าสัญญา ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่บิดเบือนการแข่งขัน และทำให้ธุรกิจที่ดำเนินงานอย่างโปร่งใสเสียเปรียบในระบบเศรษฐกิจ
รูปแบบสินบนที่พบมากที่สุด ได้แก่ เงินสด 46.6% ของขวัญหรือการเลี้ยงรับรอง 23.1% และการบริจาคหรือสปอนเซอร์ 18.7% สะท้อนว่าการเรียกรับผลประโยชน์ยังเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

เปิด 10 หน่วยงานเสี่ยงสินบนสูง ตำรวจทางหลวง-จราจรนำอันดับ
ผลสำรวจรอบนี้ยังเปิดเผยข้อมูลระดับหน่วยงานเป็นครั้งแรก โดยพิจารณาจากอัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ และมูลค่าเฉลี่ยสินบนต่อครั้ง พบว่าหน่วยงานที่มีอัตราเสนอสิ่งตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ ตำรวจทางหลวง/จราจร 100% กระบวนการยุติธรรม ยกเว้นศาล 94.4% องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. 91.7% กรมเจ้าท่า 90.0% กรมทางหลวง 82.0% กรมโยธาธิการและผังเมือง 78.9% ตำรวจท้องที่ 77.7% กรมทรัพย์สินทางปัญญา 76.0% กรมสรรพากร 71.0% และกรมการขนส่งทางบก 69.4%
ขณะที่หน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุดต่อครั้ง ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ 102,160 บาท กรมเจ้าท่า 100,000 บาท กรมสรรพสามิต 94,667 บาท กรมสรรพากร 89,498 บาท กระบวนการยุติธรรม ยกเว้นศาล 88,750 บาท สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. และบริการสาธารณสุข 74,643 บาท กรมทางหลวง 70,167 บาท กรมโยธาธิการและผังเมือง 70,000 บาท กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 68,000 บาท และกรมป่าไม้ 67,500 บาท
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าปัญหาสินบนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบางกระบวนการ แต่กระจายอยู่ในหลายขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ ตั้งแต่การขออนุญาต การตรวจสอบ การจัดซื้อจัดจ้าง ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมาย

ธุรกิจไม่เชื่อมั่นช่องทางร้องเรียน 43.7% ไม่กล้าร้องแม้พบเรียกรับผลประโยชน์
อีกประเด็นสำคัญคือความเชื่อมั่นต่อระบบร้องเรียนและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสยังอยู่ในระดับต่ำ โดย 52.3% ของภาคธุรกิจระบุว่าไม่มีความเชื่อมั่นในช่องทาง Whistleblowing ของรัฐ และ 43.7% ระบุว่าไม่กล้าร้องเรียนเลย แม้พบการเรียกรับผลประโยชน์
สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาสำคัญของระบบต่อต้านคอร์รัปชันไทย เพราะแม้ภาคธุรกิจจะรับรู้หรือเผชิญปัญหาโดยตรง แต่ยังไม่มั่นใจว่าการแจ้งเบาะแสจะนำไปสู่การแก้ไขจริง หรือผู้ร้องเรียนจะได้รับความปลอดภัยเพียงพอ
ในมุมของภาคธุรกิจ การไม่กล้าร้องเรียนยังทำให้ปัญหาคอร์รัปชันถูกซ่อนอยู่ในระบบ และกลายเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งจำใจต้องแบกรับ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ในสภาพแวดล้อมที่ขั้นตอนราชการยังซับซ้อนและเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจสูง

กกร.ชง E-Government–Open Data ลดพบปะเจ้าหน้าที่ ถอนรากสินบน
ข้อเรียกร้องเชิงนโยบายที่ภาคธุรกิจต้องการมากที่สุดคือ การนำระบบ E-Government และ E-Procurement มาใช้ เพื่อลดการพบปะโดยตรงระหว่างเจ้าหน้าที่กับเอกชน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงสำคัญของการเรียกรับผลประโยชน์
นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังเสนอให้เพิ่มโทษผู้ทุจริต ปฏิรูประเบียบให้โปร่งใส ลดขั้นตอนผ่านแนวทาง Regulatory Guillotine และเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในรูปแบบ Open Data และ Open Contracting เช่น TOR ผลการประมูล และงบประมาณโครงการ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้โดยไม่ต้องร้องขอ
กกร.มองว่า การหยุดคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนไม่สามารถอาศัยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการสร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริต พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงช่องทางแจ้งเบาะแสให้เข้าถึงง่าย ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบได้มากขึ้น
ผลสำรวจครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า หากไทยต้องการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุน และสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน การแก้ปัญหาคอร์รัปชันต้องถูกยกระดับจากวาระด้านธรรมาภิบาล ไปสู่โจทย์เศรษฐกิจระดับประเทศ เพราะต้นทุนของสินบนไม่ได้จบแค่ในบัญชีธุรกิจ แต่ส่งผลต่อราคาสินค้า ความเชื่อมั่น และโอกาสของประเทศในระยะยาว
ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ ค่าแรง และดอกเบี้ย การมีต้นทุนแฝงจากคอร์รัปชันยิ่งทำให้ผู้ประกอบการปรับตัวได้ยากขึ้น และอาจส่งผลต่อราคาสินค้าในระยะต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.jsccib.org/home
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://bangkokx.me/industrial-index-march-2026-thailand/
