“เอกา โกลบอล” จับคู่ธุรกิจอาหารไทย หนุนส่งออกโต
Eka1

“เอกา โกลบอล” จับคู่ธุรกิจอาหารไทย หนุนส่งออกโต ร่วมผลักดัน SME กลุ่มธุรกิจอาหาร เติบโตเป็นหนึ่งในฟันเฟืองขับเคลื่อนการส่งออกปี 69

เอกา โกลบอล ผู้นำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารระดับโลก เผยทิศทางดัชนีเศรษฐกิจไทย แม้อยู่ภายใต้ความกดดันสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่สถิติตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 จากสภาพัฒน์ขยายตัวแข็งแกร่ง

เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ฟันเฟืองหลักขับเคลื่อนการส่งออก พร้อมสนับสนุน SME ไทยด้วยเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารมาตรฐานสากล เพื่อทลายกำแพงการค้า และขยายส่วนแบ่งในตลาดโลก

รายงานล่าสุดของสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ฯ ระบุว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ขยายตัวได้ถึง 2.5% ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีเติบโตที่ 2.4% โดยมีปัจจัยบวกสำคัญ จากการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 10 ปี

และภาคการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ที่ยังคงรักษาการเติบโตได้ดี แม้เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก ขณะที่คาดการณ์ตัวเลขจีดีพีปี 2569 จะเติบโตที่ 2% ต่อปี

ชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) แบรนด์คนไทยเบอร์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก เปิดเผยว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา สะท้อนถึงความเชื่อมั่น และศักยภาพของภาคการผลิตไทย

โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแปรรูป ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน แต่มองเห็นโอกาสทองในปี 2569 จากแนวโน้มมาตรการกีดกันทางการค้าในบางภูมิภาค โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย

มีช่องว่างให้สินค้ากลุ่มอาหารจากไทย เข้าไปทดแทนตลาดได้มากขึ้น ประกอบกับมาตรการสนับสนุน SME จากภาครัฐที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ ทำให้ธุรกิจอาหารไทย มีอนาคตที่สดใส และสามารถขยายตลาดได้อีก

เอกา โกลบอล ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ที่เคียงข้างผู้ประกอบการไทยมาอย่างยาวนาน เล็งเห็นว่า “นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์” คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ SME ไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ

โดยบริษัทฯ พร้อมสนับสนุนใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

1) การเพิ่มศักยภาพการส่งออก ด้วยบรรจุภัณฑ์ Longevity Packaging ที่ช่วยยืดอายุอาหารได้นานขึ้นโดยไม่ต้องแช่เย็น ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ และรักษาคุณภาพสินค้า ให้สดใหม่จนถึงมือผู้บริโภคทั่วโลก

2) การปรับตัวรับมาตรฐานสากล ช่วยให้ SME ไทยสามารถรับมือกับระเบียบการค้าโลก (Green Trade) ใหม่ ๆ ด้วยบรรจุภัณฑ์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรีไซเคิลได้ 100%

3) การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ เอกา โกลบอล พร้อมเป็นที่ปรึกษา และแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการตลาด และเทคโนโลยี เพื่อให้ธุรกิจอาหารแปรรูปของไทย เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจดิจิทัล และเทรนด์สุขภาพโลก

ทั้งนี้ เอกา โกลบอล มีฐานการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร โดยตั้งโรงงานอยู่ที่เมืองปูเน่ ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ ด้วยจำนวนประชากร และอัตราการเติบโตของประเทศที่สูง ถือเป็นโอกาสสำหรับการเติบโตของธุรกิจไทย หากต้องการขยายตลาดใหม่ๆ

ไทยเรามีข้อตกลงการค้าเสรีในภูมิภาค (ASEAN-India FTA) ช่วยลดภาษีนำเข้า และขยายช่องทางสินค้าไทยแข่งขันได้ดีกว่าเก่า ขณะที่อีคอมเมิร์ซอินเดียเติบโตเร็ว ทำให้ช่องทางขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่วย SME ไทยเข้าถึงลูกค้าปลายทางได้มากขึ้น

ประกอบกับความคุ้นเคยกับอาหารไทย ผู้บริโภคอินเดียในเมืองใหญ่ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ จึงมีความคุ้นเคยอาหารไทยมากขึ้น จากการท่องเที่ยว หรือได้รับประทานอาหารไทย ดังนั้น ในปี 2569 แม้จะมีปัจจัยความไม่แน่นอนเข้ามากระทบ แต่ก็เป็นโอกาสให้ธุรกิจในการปรับตัวเช่นกัน

“ภายหลังการเลือกตั้ง ภาพการเมืองภายในประเทศชัดเจนขึ้น การขับเคลื่อนนโยบายมีความต่อเนื่อง เชื่อว่าปีใน 2569 จะเป็นปีแห่งการรุกตลาดส่งออกของไทย ให้ขยายตัวไปยังตลาดใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ภาครัฐยื่นมือเข้ามาช่วยภาคธุรกิจ SME น่าจะมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น เอกา โกลบอล พร้อมที่จะเดินหน้าไปพร้อมกับผู้ประกอบการ เพื่อผลักดันให้สินค้าไทย เป็นครัวของโลกอย่างแท้จริง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจยกระดับบรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออก สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.eka-global.com

ที่มาของข้อมูล: www.eka-global.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: https://bangkokx.me/export-jan-26/

[addtoany]
Ellipse 1
กองบรรณาธิการ Bangkok X